วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

10 สุดยอดเมืองสกีฮอตฮิตระดับโลก

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ

ฤดูหนาวมาเยือนไปสัมผัสบรรยากาศหนาวสุดขั้ว เล่นสกี ปาหิมะกันอย่างเต็มอิ่ม ในสถานที่ท่องเที่ยวฤดูหนาว สถานที่เล่นสกีดีๆ รอบโลก รับรองว่าทริปนี้ไม่เซ็ง ไม่ต้องเดาว่าฤดูหนาวเที่ยวไหนดี เที่ยวเมืองหนาวไหนดี หรือที่เที่ยวฤดูหนาวที่ไหนจะโดนใจ เพราะเราจัดให้เต็มๆ 10 เมืองมาให้เลือกทั้งแบบใกล้และไกลเมืองไทย วินเทอร์คราวนี้ได้มีรูปอัพไอจีกับสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูหนาวอวดชาวโลกอย่างแน่นอน

ยงเพียงรีสอร์ต (Yongpyong Resort) เมืองคังวอน (Gangwon-do) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ใกล้กับเมืองอินชอน (Incheon)
รีสอร์ตเก่าแก่และสถานที่เล่นหิมะและกีฬาฤดูหนาวของทั้งชาวเกาหลีใต้และนักท่องเที่ยวในแถบเอเชีย เป็นฉากถ่ายละครซีรีย์เกาหลีชื่อดังในอดีต “เพลงรักในสายลมหนาว” และยังเคยเป็นที่จัดการแข่งขันระดับสากลดังๆ เช่น เวิร์ลสกี คัพ (World Cup Ski Contest) และการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวแห่งเอเชีย (Winter Asian Games) ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำ ยิม เซาว์น่า สนามกอล์ฟ รวมไปถึงลานสกีกลางแจ้งขนาดใหญ่ถึง 31 ลาน และลานสกีในร่มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ “ดราก้อน พลาซ่า” (Dragon Plaza)

วิวาลดี พาร์ค สกี เวิร์ลด (Vivaldi Park Ski World) เมืองคังวอน (Gangwon-do)  ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ใกล้กับเมืองอินชอน (Incheon)
ลานสกียอดนิยมอีกแห่งที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1995 เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลน้ำแข็งแกะสลัก (World Ice Festival) ทุกปีซึ่งเป็นการจัดแสดงการแกะสลักน้ำแข็งแลนด์มาร์คสำคัญๆ ของประเทศในทวีปต่างๆ ทั่วโลก เช่น กำแพงเมืองจีน เทพีสันติภาพ ยักษ์วัดพระแก้ว ฯลฯ อีกทั้งสกีรีสอร์ทแห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีห้องพักบริการกว่าพันห้อง และยังมีลานสกีสำหรับนักเล่นสกีทุกระดับอีกด้วย นอกจากนั้นขาโจ๋ที่นิยมการเล่นสโนว์บอร์ดจะโปรดปรานที่นี่เป็นพิเศษ เพราะมีลานลาดเอียงสำหรับเล่นบอร์ดถึง 13 แห่งและยังมีกระเช้าบริการไปยังจุดปล่อยตัวที่ลานสูงมากกว่า 10 ตัว เรียกว่าเป็นสกีรีสอร์ทที่เอาใจวัยรุ่นและคนนิยมกีฬาผาดโผนทางหิมะเป็นอย่างมาก

ยะมะงะตะ ซาโอะ ออนเซ็น สกีรีสอร์ท (Yamagata Zao Onsen Ski Resort) เมืองยะมะงะตะ (Yamagata) ประเทศญี่ปุ่น (Japan)
แหล่งเล่นสกีชื่อดังระดับโลกของประเทศญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว เพียงแค่นั่งรถไฟด่วนชิงกังเซ็นไปเพียงแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น เอกลักษณ์ของลานสกีและภูเขาหิมะแห่งนี้ คือ มนุษย์หิมะจุนเฮียว (Juhyo) ซึ่งก็คือต้นไม้ตามไหล่เขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและเกล็ดน้ำแข็งนับพันนับหมื่นต้นที่เรียงรายกันอยู่ มองดูแล้วเหมือนกองทัพมนุษย์หิมะแห่งภูเขา ในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟแสงสีประดับจุนเฮียวเหล่านี้ด้วย นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการเล่นสกี เล่นหิมะ เดินถ่ายรูปคู่จุนเฮียวแล้ว สกีรีสอร์ทเมืองนี้ยังเป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อนยอดนิยมอีกต่างหาก ประมาณว่าเล่นสกีหนาวเหน็บเสร็จก็มาต่อออนเซ็นแช่น้ำร้อนผ่อนคลายกล้ามเนื้อกันได้แบบครบเซ็ทเลยทีเดียว

โอโซระคัง สโนว์ พาร์ค (Osorakan Snow Park) เมืองอะคิโอตะ (Akiota) ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ใกล้กับเมืองฮิโระชิมะ (Hiroshima)
ภูเขาโอโซระเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแถบฮิโระชิมะและเป็นสถานที่เล่นสกีทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เป็นเขตที่มีหิมะตกหนา โดยเฉลี่ยแต่ละปีเมืองอะคิโอตะจะมีหิมะตกสูงถึง 3 เมตร จึงทำให้เป็นเมืองเล่นสกียอดนิยมไปโดยปริยายและทำให้สกีรีสอร์ทเมืองนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นแหล่งฮอลิเดย์ช่วงหน้าหนาวยอดนิยมของครอบครัวชาวญี่ปุ่น ที่มีทั้งบริการที่พักหลายระดับจำนวนมาก ลานสกีกว้างใหญ่และกิจกรรมมากมายสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงศูนย์อาหารขนาดใหญ่ 3 แห่ง และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีการจัดการแข่งขันการสร้างบ้านหิมะหรืออิกลู (Igloo Hut) ณ รีสอร์ทแห่งนี้อีกด้วย

ยาบูลี่ สกีรีสอร์ท (Yabuli Ski Resort) เมืองฮาร์บิน (Harbin) ประเทศจีน (China)
รีสอร์ทสกีแห่งแดนมังกรที่ได้มาตรฐานระดับสากลถึงขั้นเป็นผู้จัดกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวในปี 2008 นอกจากจะมีลานสกีขนาดใหญ่แล้วก็ยังอุปกรณ์สกีที่ทันสมัยและมีบริการดีเยี่ยมติดอันดับพรีเมี่ยมของทวีปเอเชีย นอกจากนั้นก็ยังมีกิจกรรมกีฬาและสันทนาการของฤดูหนาวอีกมากมายสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มือสมัครเล่นและมือโปรฯ มากไปว่านั้นการมาเยือนฮาร์บินในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ นอกจากจะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นสุดขั้ว สนุกสนานกับหิมะและสกีแล้ว ยังจะได้ชมเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งระดับโลกที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมืองนี้อีกด้วย

เมืองเซอร์แมท (Zermatt) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ใกล้กับสนามบินเมืองซูริค (Zurich)
ดินแดนแห่งยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn) มงกุฎแห่งเทือกเขาแอลป์ สวรรค์ของนักปีนเขาและนักเล่นสกีรอบโลก นอกจากจะได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์โล่งปอดแล้ว ยังจะได้ชมวิวทิวทัศน์ความสวยงามเทือกเขาแอลป์ และของหมู่บ้านชาวเมืองสไตล์ยุโรปน่ารักๆ และไม่ไกลจากเซอร์แมทก็ยังมีจุดชมวิวพาโนรามา ณ ธารน้ำแข็งแมทเธอร์ฮอร์น กลาเซียร์ พาราไดซ์ (Matterhorn Glacier Paradise) ที่สามารถมองเห็นวิวยอดเขาได้ถึง 38 ยอดและจุดชมวิวกอร์เนอร์กราธ (Gornergrat) จุดชมวิวแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว

คิทช์บูเฮล (Kitzbuhel) ประเทศออสเตรีย (Austria) ใกล้กับสนามบินเมืองซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
เมืองยุโรปโบราณอายุกว่า 700 ปี เป็นแหล่งสกีอันดับ 1 ของประเทศออสเตรีย และอันดับต้นๆ ของยุโรป สกีรีสอร์ทที่เมืองแห่งนี้เคยเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวถึง 2 ครั้งในอดีต คือ ในปี 1964 และ 1976 นอกจากนั้นลานสกีแห่งนี้ยังมีส่วนของลานสกีปราบเซียนยาวกว่า 170 กิโลเมตรที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันสกีวิบากประจำปี (World Cup Downhill Race) ฉะนั้นนักสกีมือโปรฯ ไม่น่าพลาด และถึงแม้คุณจะเล่นสกีไม่เป็นก็อย่าได้กังวล เพราะก็ยังมีกิจกรรมสนุกสนานทางหิมะอีกหลายอย่างที่คุณสามารถร่วมสนุกได้ มากไปกว่านั้นการได้มาสัมผัสหิมะในเมืองยุโรปโบราณ เดินชมบรรยากาศเมืองเก่า จิบโกโก้ร้อนแกล้มขนมอบข้างเตาผิงก็ถือว่าได้อารมณ์ฮอลิเดย์ฤดูหนาวกันอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

เวล สกี รีสอร์ท (Vail Ski Resort) เมืองเวล (Vail) รัฐโคโลราโด (Colorado) ประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นภูเขาหิมะลานสกีที่ใหญ่ที่สุดและครองสถิติแหล่งสกียอดนิยมที่สุดของประเทศอเมริกามานานกว่า 30 ปี ภูเขาแห่งนี้มีทั้งลานสกีและกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว ทุกรุ่นทุกวัย ทั้งรถลากน้ำแข็ง รถเลื่อนบนหิมะ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังเป็นลานสกีสำหรับนักสกีฝึกหัดไปจนถึงระดับโปรฯ ที่สำคัญที่พักในรีสอร์ทแห่งนี้มีให้เลือกหลายระดับตามกำลังทรัพย์และความพึงพอใจ

บานฟ์ เลค ลูอิส สกี รีสอร์ท (Banff Lake Louise Ski Resort) รัฐแอลเบอร์ต้า (Alberta) ประเทศแคนาดา (Canada) ใกล้กับเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver)
สกีรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff National Park) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติของแคนาดาที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและยิ่งใหญ่ระดับโลก นอกจากจะได้สัมผัสหิมะ เล่นสกีกันอย่างจุใจกับลานสกีใหญ่ๆ 3 แห่งแล้ว ก็ยังจะได้ชมธรรมชาติสวยงามของวิวทิวทัศน์หุบเขา ทะเลสาบ ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกา และนักผจญภัยก็พลาดไม่ได้กับการปีนเขาหิมะในอุทยานแห่งชาติระดับโลกแห่งนี้

วิสต์เลอร์ แบล็คโคมบ์ (Whistler Blackcomb) เมืองวิสต์เลอร์ (Whistler) รัฐบริติช โคลัมเบีย (British Columbia) ประเทศแคนาดา (Canada)
สกีรีสอร์ทที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลกและเคยใช้เป็นที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2014 ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการกว่า 2 ล้านคน นอกจากจะได้มาสนุกสานเพลิดเพลินการเล่นสกีและกิจกรรมท่ามกลางหิมะต่างๆ แล้ว เมืองแห่งนี้ยังมีบรรยากาศสวยงาม ตัวอาคารต่างๆ ของหมู่บ้านในเมืองได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกันได้อย่างดีถึงขั้นได้รางวัลดีไซน์ผังเมืองและรูปแบบหมู่บ้านสวยงาม รวมไปถึงยังมีร้านค้าร้านอาหารให้บริการอยู่มากมาย ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักเมืองหนึ่งของประเทศแคนาดาเลยทีเดียว

-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 

ที่มา skyscanner

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อาหารเกาหลี 10 อย่างที่ห้ามพลาด

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ

วิธีการกินของชาวเกาหลีเน้นหลัก หยิน-หยาง หรือเพื่อรักษาความสมดุลให้ร่างกาย เช่น ทานซุปในหน้าหนาวเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และทานบะหมี่เย็นในฤดูร้อนเพื่อให้ร่างกายเย็นลง อาหารเกาหลีนั้นได้รับการพัฒนาให้เข้ากับฤดูกาลต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค ทั้งวิธีถนอมอาหาร และวิธีปรุงเนื้อสัตว์ และผัก ที่สำคัญวิธีปรุงอาหารหลายอย่างมีต้นกำเนิดจากขนบการกินในวังหลวง

เมื่อมาเที่ยวเกาหลีแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือลองทานอาหารเกาหลีที่มีชื่อต่างๆ และเมนูสิบอย่างต่อไปนี้คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

Kimji (กิมจิ) ผักดองต่างๆ แม้เราจะคุ้นเคยจากการทานกิมจิที่เมืองไทย หากไปถึงถิ่นแล้ว ลองแวะทานกิมจิเกาหลีแท้ๆ ที่มีผักดองให้เลือกหลากหลายชนิด

Hanjeongsil (ฮันจองซิก) อาหารชุดเกาหลี เป็นเมนูอาหารที่มีต้นกำเนิดจากในวัง

Dakgakbi (ดักคาลบิ) ไก่บาร์บีคิวผัดซอส อาหารที่สร้างชื่อให้กับเมือนชุนชอน

Gaibi (คาลบิ) หมูย่างเกาหลี ที่ถือว่าเป็นอาหารต้นตำรับของคนเกาหลีที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

Bulgoki (บุลโกกิ) บาร์บีคิวเกาหลี หมูหมักซอสกระทะร้อน

Bibimbap (บิบิมบับ) ข้าวยำเกาหลีที่อุดมไปด้วยวิตามินจากทั้งเนื้อสัตว์และผักนานาชนิด

Samgyettang (ซัมกเยทัง) ไก่ตุ๋นโสม ของขึ้นชื่อตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์โชซอนมีต้นตำรับมาจากในวัง เป็นเมนูที่นิยมทานเพื่อบำรุงกำลังและเสริมสุขภาพ

Kalguksu (คัลกุกซู) ก๋วยเตี๋ยวเกาหลีที่ใช้เส้นบักวีทโฮมเมด

Naengmyeon (แมงมยอน) บะหมี่เย็นสไตล์เกาหลี

Pajeon (พาจอน) แป้งผสมไข่ทอด หรือเรียกอีกอย่างว่า แพนเค้กเกาหลี

-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 

ที่มา roojingkorea.com

แหล่งช้อปปิ้งโตเกียว เมืองแห่งแฟชั่นและสุดยอดเทคโนโลยีของเอเชีย

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ

โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นมีแหล่งช้อปปิ้งดีๆ ทั้งย่านแฟชั่นเสื้อผ้าชั้นนำ เอาท์เล็ทมอลล์ราคากระชากใจ เครื่องไฟฟ้ารุ่นล่าสุด จนไปถึงแหล่งขนมอร่อยประจำเมืองมากมายที่นักช้อปทุกคนไม่ควรพลาด
ชินจูกุ (Shinjuku) ย่านนี้เป็นหัวใจหลักของการมาเยือนโตเกียว โดยเฉพาะนักช้อปปิ้งที่มีเวลาไม่มากอยากมาวันสต็อปช้อปปิ้ง (one stop shopping) ในที่เดียวแบบไม่เกี่ยงราคาสักเท่าไหร่ ชินจูกุจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเป็นแหล่งร้านค้า ร้านอาหารหลากหลาย ตั้งแต่แฟชั่นชั้นนำ กล้องดิจิตอลรุ่นล่าสุด ร้าน 100 เยนยอดประหยัด ร้านกาแฟสุดเก๋ ไปจนถึงร้านอาหาร 5 ดาว
ฮาราจูกุ (Harajuku) แหล่งประชันคอสเพลย์ (Cosplay) อันโด่งดัง ที่วัยรุ่นชาวญี่ปุ่นจะแต่งตัวแนวหลุดโลกมาแข่งกัน นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งร้านค้ากระจุกกระจิกคิกขุน่ารักๆ มากมาย และซอยถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) ก็ยังเป็นแหล่งเสื้อผ้าแฟชั่นราคาย่อมเยา คล้ายๆ สยามสแควร์กับจตุจักรบ้านเรา และสำหรับคนที่ชอบขนมจำพวกเครป (crepe) ร้านเครปในซอยแห่งนี้ถือว่าอร่อยขึ้นชื่อขนาดที่ว่ามาแล้วต้องมาเยือน
ชิบูย่า/ ชิบูยะ (Shibuya) คล้ายๆ กับฮาราจูกุ แต่ในเขตชิบูยะจะมีพวกห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำ และมีแหล่งบันเทิงอื่นๆ อีกมายมาย เช่น โรงละคร พิพิธภัณฑ์ และแกลอรี่ต่างๆ กระจัดกระจายอยู่มากกว่า มีจุดนัดพบขึ้นชื่อของเมือง ณ บริเวณด้านนอกของสถานีรถไฟชิบูยะที่มีอนุสาวรีย์สุนัขผู้ซื่อสัตย์ฮาชิโกะ (Hachiko) และห้าแยกที่จอแจที่สุดของญี่ปุ่นที่เป็นศูนย์รวมร้านค้า ภัตตาคารเลื่องชื่อต่างๆ และสัญลักษณ์กูลิโกะแมน (Glico Man) ที่ใครไปใครมาก็ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
กินซ่า (Ginza) แหล่งรวบรวมสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกมากมาย มีห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพเยี่ยม เช่น ห้างวะโก (Wako) ที่มีสัญลักษณ์หอนาฬิกาอันโดดเด่นอยู่ด้านหน้า นอกจากนั้นในเขตนี้ยังมีร้านปลอดภาษีและจุดบริการรับคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นหย่อมๆ
ถนนโอโมเตะ ซันโด (Omotesando) ถนนช้อปปิ้งสายหลักอีกเส้นหนึ่งของเมือง ฉายา “ช็องเซลีเซแห่งกรุงโตเกียว” (Champs-Elysees of Tokyo) โดยร้านค้าบนถนนเส้นนี้จะเป็นพวกสินค้าแบรนด์เนมดัง สินค้าหรูหราต่างๆ ตั้งแต่แฟชั่นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา ไปยันสินค้ากระจุกกระจิกอื่นๆ ไฮไลท์ของถนนเส้นนี้อยู่ที่ โอโมเตะซันโด ฮิลส์ (Omotesando Hills) ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่ดัดแปลงมาจากอพาร์ตเมนท์เก่าโดยสถาปนิกมือหนึ่งของประเทศ ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando)
อะคิฮะบาร่า (Akihabara) ย่านนี้มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ เกมส์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ราคาประหยัด คุณภาพดี แต่เดิมนั้นอะคิฮะบาร่าเป็นแหล่งขายอะไหล่รถยนต์ แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นตลาดเครื่องไฟฟ้าในช่วงหลังสงครามโลกและพัฒนาเป็นย่านธุรกิจสำคัญทางด้านนี้มาจนถึงปัจจุบัน จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองไฟฟ้า “Akihabara Electric Town” นอกจากจะเด่นดังเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าแล้ว ย่านนี้ในระยะหลังๆ ยังเป็นแหล่งจำหน่ายหนังสือการ์ตูนและแหล่งโลกอะนิเมชั่น (Animation) เสมือนจริงที่มิตรรักการ์ตูนชาวญี่ปุ่นมักนิยมแต่งตัวเป็นคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนต่างๆ มาเดินประชันกันราวกับเป็นฮาราจูกุของโลกการ์ตูน
ชูกาโม่จิโซะโดริ (Sugamo Jizo Dori) ย่านนี้เหมาะแก่นักช้อปปิ้งรุ่นเก๋า คุณป้า คุณน้า คุณย่า คุณยาย เพราะเป็นแถบร้านค้าร่วมสมัยที่มีสินค้าตั้งแต่ของแต่งบ้าน อุปกรณ์ประดิษฐ์งานฝีมือต่างๆ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอีกสารพัดสินค้าสำหรับผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป ฉายา “ฮาราจูกุของหญิงสูงวัย” (Harajuku of old ladies)
คิชิโจจิ “ซันโรด” (Kichijoji “Sun Road”) เป็นแหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ของโตเกียวที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 และได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี ค.ศ. 2004 เป็นตลาดสินค้ากึ่งกลางแจ้งบนถนนยาวกว่า 300 เมตร ที่มีหลังคาที่สามารถเปิดปิดได้ตามสภาวะอากาศ สินค้าที่วางขายจะมีความหลากหลายมาก นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์การศึกษาขนาดใหญ่ จนได้อีกชื่อหนึ่งว่า “ถนนสายนักเรียน” อีกแห่งของเมืองจากที่มีทั้งหมด 3 แห่ง และในบริเวณใกล้ๆ กันยังเป็นแหล่งที่พักของนักเขียนการ์ตูนชื่อดังยอดนิยม เพราะในบริเวณนี้มีบริษัทผลิตซอฟแวร์เกมส์ต่างๆ และบริษัทผลิตการ์ตูนอะนิเมชั่น (Animation) ตั้งอยู่หลายบริษัท
อาซาบุจูบัน (Azabujuban) เป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (Ado Era) ในปัจจุบันเป็นแหล่งร้านค้า ร้านอาหารที่มีการตกแต่งแบบร่วมสมัย หลายร้านเป็นร้านค้าดั้งเดิมมาแต่อดีต และอีกหลายร้านก็เป็นร้านทันสมัยที่ถูกปรับให้เข้ากับย่านเก่าแก่แห่งนี้ได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นในบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตประจำชาติต่างๆ โรงเรียนนานาชาติ จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นดีที่มีสินค้าสำหรับนักช้อปปิ้งทุกวัย
เฟิร์สอะเวนู โตเกียว สเตชั่น (First Avenue Tokyo Station) เป็นย่านร้านค้าและร้านอาหารกว่า 100 ร้านในบริเวณสถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Station) จำหน่ายสินค้าหลากหลายรวมไปถึงสินค้าที่ระลึกจำพวกขนมและของฝากอื่นๆ ในย่านนี้มีถนนช้อปปิ้งน่าสนใจหลายแห่ง เช่น ถนนตัวการ์ตูนของญี่ปุ่น (Tokyo Character Street) ที่มีร้านสินค้าที่ระลึกของตัวการ์ตูนอันโด่งดัง และร้านค้าของสถานีโทรทัศน์ญี่ปุ่นทั้ง 5 ช่องหลัก ถัดมา คือ โอมิยะกะ พลาซ่า (Omiyaga Plaza) เป็นแหล่งขายขนมและร้านค้าเก่าแก่มากมาย ตามมาด้วยถนนราเม็งแห่งโตเกียว (Tokyo Ramen Street) อันเป็นที่ตั้งของร้านราเม็งดังๆ ของเมืองที่มาตั้งสาขาบนถนนในแถบนี้
อาสะกุสะ นากามิเซะ (Asakusa Nakamise) ย่านการค้าเก่าแก่อีกแห่งของโตเกียวที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 อยู่ใกล้กับวัดอาสะกุสะ เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก จำพวกชุดยูกาตะ พัด ร่มโบราณ รองเท้าแตะ ตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ ฯลฯ รวมไปถึงหลากหลายร้านขายขนมท้องถิ่น ขนมโบราณและอาหารพื้นเมืองมากมาย นอกจากนั้นหนุ่ม-สาวชาวญี่ปุ่นก็นิยมใส่ชุดประจำชาติมาเดินเล่นกันในละแวกร้านค้าแถบนี้ที่ยังคงกลิ่นอายของโตเกียวเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว
คากุระซากา โดริ (Kagura Zaka Dori) เป็นแหล่งช้อปปิ้งอีกแห่งของโตเกียว ตั้งอยู่บนเขตเนินเขาเล็กๆ ทำให้ร้านค้าที่เรียงรายอยู่นั้นมีตัวอาคารสูงต่ำตามแนวเขา ถือว่าเป็นความสวยงามอีกแบบของบ้านเรือนร้านค้าในแถบนี้ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งอาหารอร่อยของเมืองที่ร้านอาหารต่างๆ จะแทรกอยู่ตามซอกหลืบร้านค้าและตรอกซอยเล็กๆ
กัปปะบาชิ (Kappa Bashi) ย่านนี้เป็นแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวตั้งแต่วัตถุดิบในการทำอาหารต่างๆ จนไปถึงเครื่องครัวทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมไปถึงร้านอาหารขึ้นชื่อของประเทศอีกด้วย คล้ายๆ สำเพ็งเครื่องครัวผนวกกับถนนอาหารในเขตเยาวราชบ้านเรา
ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) ตลาดปลาและอาหารทะเลที่ถือว่าใหญ่ระดับโลก ในช่วงเช้าตรู่จะมีการประมูลปลาโดยผู้สนใจสามารถขอเข้าชมล่วงหน้าได้ในจำนวนจำกัด นอกจากจะเป็นตลาดอาหารทะเลแล้ว ก็ยังมีส่วนของตลาดผักผลไม้ ร้านอุปกรณ์การปรุงอาหารทั่วไปของญี่ปุ่น ร้านอาหาร และร้านซูชิสดอร่อยให้เลือกชิมอีกด้วย
อามิโยโกะ (Ameyoko) ตลาดสินค้าแห่งนี้เป็นลักษณะเหมือนแผงลอยสินค้าและร้านค้าริมถนนกว่า 400 ร้าน ที่มีคละกันทั้งร้านค้าและร้านอาหารเรียงรายกันอยู่มากมายในบริเวณด้านนอกของสถานีรถไฟอุเอโนะ (Ueno Station) ร้านค้าแถบนี้สามารถต่อรองราคาสินค้าได้ เป็นตลาดสินค้าหลากหลายชนิดที่ราคาไม่แพง
ชิโมกิตะซาวะ (Shimokitazawa) รู้จักกันสั้นๆ ว่า “ชิโมกิตะ” เป็นเขตโรงละครของโตเกียว มีร้านค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ร้านเครื่องดนตรี และร้านสินค้ามือสอง นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งร้านกาแฟน่ารักน่านั่ง เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของหนุ่มสาวชาวโตเกียวอีกแห่งหนึ่ง
โกเต็มบะ (Gotemba Premium Outlet) เป็นห้างสรรพสินค้าเอาท์เล็ทที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีร้านค้ากว่า 200 ร้าน อยู่ใกล้กับเขตภูเขาไฟฟูจิ นอกจากร้านสินค้าชั้นนำยี่ห้อต่างๆ แล้ว ก็ยังมีศูนย์อาหารไว้ให้บริการนักช้อปปิ้งขาลุยอีกด้วย เพราะการจะเดินเลือกซื้อเลือกชมสินค้าที่โกเต็มบะนี้ต้องใช้เวลาร่วมวันกว่าจะสำรวจได้ครบทุกร้าน
-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 

ที่มา skyscanner

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

20 เทคนิค เที่ยวต่างประเทศยังไง ไม่ให้เฟล

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ

เมื่อจะไป เที่ยวต่างประเทศ .. แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายต้องมากกว่าเที่ยวในไทย แต่ไหนๆ ก็อุตสห์เก็บตังค์ไปเที่ยวแล้ว ยังจะต้องมาเสียอารมณ์กับการเที่ยวอีกมันก็คงไม่ใช่ … ดังนั้น เพื่อให้ทริปของเรามีความสุข สนุกสนานสมกับที่อยากจะตั้งใจพักผ่อน เราจึงมีทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่ทำให้เราแฮปปี้กับทริปนั้นได้ มาฝากกันค่ะ กับ 20 เทคนิค เที่ยวต่างประเทศยังไง ไม่ให้เฟล


1. ทำตามแผนการเที่ยวที่วางเอาไว้ ไม่ควรโลเลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะนอกจากจะไม่ได้เที่ยวตามแผนแล้ว ยังมีสิทธิ์ไม่ประทับใจกับที่เที่ยวที่ไม่ตั้งใจไปด้วย
2. เตรียมวีซ่าให้พร้อม อาจถูกเรียกตรวจได้ทุกเมื่อ
3. เบอร์โทรสถานฑูต ต้องมีติดตัว ยามฉุกเฉินได้ใช้แน่ๆ
4. ถ่ายภาพพาสปอร์ตติดตัวเอาไว้ หากตัวจริงหายไปจะได้มีเอกสารสำรอง
5. กดเงินจากตู้ ATM ในตอนกลางวัน ระหว่างที่มีคนอยู่พลุกพล่าน
6. ใช้เครดิตการ์ดจะสะดวกกว่าการใช้เงินสด ของประเทศที่ไม่คุ้นเคย
7. อย่าเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป๋าหลัง และอย่าพาดเป้ไว้บนบ่า เพราะเสี่ยงต่อการโดนวิ่งราวได้
8. ชาร์จแบตกล้องให้เต็มเสมอ
9. หูฟังและผ้าปิดตา ช่วยได้มาก หากต้องการนอนพักที่สนามบิน
10. ทานอาหารพื้นเมือง หากไม่รู้ว่ากินร้านไหนดีให้ถามคนแถวนั้นแหละ
11. ซื้อรองเท้าเดินทางที่ดีๆ หน่อย เราต้องอยู่กับมันตลอดทริป
12. ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เป็น
13. ระวังกฏหมายพื้นเมือง กฏหมายห้ามดื่มเหล้าในดูไบหรือห้ามเคี้ยวหมากฝรั่งในสิงคโปร์ อาจทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้ถ้าฝ่าฝืน
14. ฉีดวัคซีนให้พร้อม การเป็นโรคพื้นเมืองไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเช่นกัน
15. เรียนรู้หรือรู้จักภาษาของประเทศที่จะไปเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่พูดภาษาอังกฤษได้
16. ควรรู้จักภูมิศาสตร์ของประเทศที่จะไปด้วย อย่าเผลอไปเมืองหนาวโดยไม่มีเสื้อกันหนาวเชียวละ
17. ทำประกันการเดินทาง ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีประกันขึ้นมานี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย
18. ตรวจดูด้วยว่า น้ำที่เราดื่มสะอาดดีไหม ในประเทศด้อยพัฒนาการดื่มน้ำสกปรกอาจเป็นโรคท้องร่วงได้
19. เรียนกฏจราจรของประเทศที่เที่ยวไว้ด้วย กฏจราจรทุกที่ไม่ได้เหมือนกันเสมอไป
20. เคารพคนพื้นเมือง ถ่ายภาพได้ แต่อย่ามองว่าเขาเป็นของแปลกสำหรับเอาไปอวดเพื่อน

-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 

ที่มา travel.mthai.com

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของประเทศพม่า

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ

5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของประเทศพม่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสักการะนมัสการให้ครบ ชาวพม่าได ้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ยังยึดมั่นคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่นที่สุดชาติหนึ่งในโลก มีการสร้างเจดีย์ พระธาตุศาสนสถานทั่วทั้งประเทศ ดังนั้น จึงมีปูชนียสถานอันเป็นที่สักการบูชาของชาวพม่าและชาวมอญอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่นับถือเป็นมหาบูชาสถานสำคัญสูงสุดมีเพียง 5 แห่ง ที่เป็นความใฝ่ฝันของชาวพุทธพม่าว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้เดินทางไปสักการบูชาให้ครบทั้ง 5 แห่ง จึงจะนอนตายตาหลับหรือได้ขึ้นสวรรค์ 
มหาบูชาสถานทั้ง 5 แห่งนี้ได้แก่

1. มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง
 เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ รวม 8 เส้น ของพระพุทธเจ้ามีประวัติตำนานเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ตั้งแต่ครั้งที่ ย่างกุ้งยังเป็นดินแดนของมอญ มีชื่อเดิมว่า“ดากอง” หรือ “ตะเกิง” ก่อนจะถูก พม่ายึดครองไปแล้วเปลี่ยนชื่อ เป็น “ย่างกุ้ง” “ชเวดากอง” แปลว่า “เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง” มหาเจดีย์แห่งนี้มีการบูรณปฏิสังขรณ์มาด้วยกันหลายครั้งโดยเฉพาะ มีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์ของมอญและพม่าที่จะขึ้นครองราชย์บัลลังก์จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เองเพื่อนำมาห้อหุ้มองค์พระเจดีย์ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวพุทธแห่งลุ่มน้ำอิระวดีที่สำคัญที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน

2. เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม
เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าสร้างโดยพระเจ้าอโรรธามหาราชพระองค์แรกผู้รวบรวม ชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกาม เมื่อ 900 ปีเศษมาแล้วภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญ ที่อาณาจักรสุธรรมวดีได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์และราชบัณฑิต มาที่เมืองพุกามทำให้พม่าได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว ดังเช่น รูปร่างของเจดีย์ชเวซิกองก็มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญก่อนที่จะมีพุทธศิลป์สกุลช่างพุกามเกิดขึ้น “ชเวซิกอง” แปลว่า “เจดีย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย”

3. เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี
หรือที่เราเรียกกันว่า พระธาตุมุเตา เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 2 เส้นมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เป็นที่เคารพสักการะของทั้งกษัตริย์ มอญ พม่าและไทย เช่น พระเจ้าราชาธิราชของมอญ พระเจ้าบุเรงนอง ของพม่า และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย

4. พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์

เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 3 เมตร เป็นที่ยอมรับกันว่ามีพุทธลักษณะ งดงามที่สุดองค์หนึ่ง “มหามุนี” แปลว่า“มหาปราชญ์” หล่อขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยชาวยะไข่ชนกลุ่มน้อยในรัฐอาระกันทางทิศตะวันตกสุดของพม่าติดกับประเทศอินเดียต่อมาเมื่อพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกทัพไปตีเมืองยะไข่ได้จึงโปรดให้ชะลอพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อ 200 ปีมาแล้วมีตำนานเล่ากันว่า พระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายใจให้พระมหามุนีเป็นตัวแทนสืบทอดพระศาสนาจึงเชื่อกันว่าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้มีลมหายใจจริงจึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์ให้ทุกเช้า ซึ่งพิธีนึ้ก็ยังคงดำรงอยู่มาตราบจนถึงปัจจุบัน

5. พระธาตุอินทร์แขวน “ไจก์ทิโย” เมืองไจก์โถ่ รัฐมอญ
เชื่อกันว่าพระอินทร เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อนำเอาพระธาตุมาแขวนไว้ให้ผู้มีบุญมากราบไหว้ ใครได้มาสักการะก็เท่ากับได้ไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์และจะได้สั่งสมอานิสงส์ให้ไปเกิดร่วมยุคกับพระศรีอาริยเมตตรัยและผู้ที่มีบุญก็จะสามารถมองเป็นองค์พระธาตุลอยอยู่อย่างชัดเจนพระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า1,200 เมตร สร้างตั้งไว บนก้อนหิน สูงถึง 5.5 เมตร เส้นรอบวงของก้อนหิน ราว 17 เมตร มองดูคล้ายก้อนหินตั้งอยู่หมิ่นเหม่ใกล้จะตกลงมาเต็มที
-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 

ที่มา accomtour.wordpress

ผักผลไม้ที่กินมากเกินไปผิวเปลี่ยนสีได้

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ

 ผักและผลไม้มีประโยชน์มากมายกับสุขภาพคนเรา แต่บางชนิดหากเรารับประทานมากเกินไป และต่อเนื่องอาจส่งผลให้ผิวหนังเปลี่ยนสีได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรมากนัก เลิกทานก็จะกลับมาเป็นปกติได้

     1. มะละกอ อาจทำให้ผิวหนังกลายเป็นสีเหลือง ตัวเหลืองขึ้น

     2. แครอท ผิวหนังบางส่วนอาจดูเป็นสีส้ม ส้มอมเหลือง

     3. มะเขือเทศ ทำให้ผิวหนังดูเป็นสีส้ม สีชมพู สาวๆ บางคนอาจจะชอบผิวดูชมพู เลือดฝาด

     4. บีทรูท การทานบีทรูทมากๆ ก็อาจทำให้ปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงได้

     5. หน่อไม้ฝรั่ง ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนมาก กลิ่นมาจากสารมีเทนไทออลล์ที่เกิดขึ้นหลังจากกระเพาะย่อยหน่อไม้ฝรั่งแล้ว

      อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ก็คงต้องรับประทานในจำนวนที่มากจริงๆ 
-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 

ที่มา women.thaiza.com

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สุดยอดอาหารต้านปวด

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ
http://www.centertourandtravel.com

แม้ปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิจัยว่า  อาหารบางชนิดสามารถบรรเท่าปวดได้จริงหรือ  และแม้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน  แต่ผู้เชียวชาญส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า  การกินอาหารบางอย่างช่วยบรรเทาอาการปวดได้จริง  มาดูกันมีอะไรบ้าง

ถั่วเหลือง
                เชื่อกันว่า  ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคข้อสื่อม  การทดลองในชายและหญิงจำนวน 135 คนที่กินโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองวันละ 40 กรัมทุกวัน  เป็นเวลา 3 เดือน  ชี้ว่ากลุ่มตัวอย่างเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น  ทั้งยังมีอาการปวดลดลง  ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสารไอโซฟลาโวน (Isoflavone)  ในถั่วเหลืองมีประสิทธิภาพต่อต้านการอักเสบ

น้ำมันมะกอก
                วิธีแสนง่ายในการบรรเทาปวดด้วยอาหารจากธรรมชาติคือ  เหยาะน้ำมันมะกอกลงในอาหาร  น้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในโมเลกุลเดียวที่มีประโยชน์มหาศาลแถมยังประกอบไปด้วยสารโอลีโอแคนทัล (Oleocanthal)  ที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกับยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDS – non steroid  anti-inflammatory drugs)  สารตัวนี้จะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนพรอสตาแกลนดินซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบและอาการปวด

เชอร์รี่
                สารแอนโทไวยานิน (Anthocyanin) ซึ่งทำให้เวอรืรี่มีสีแดงเข้ม  มีสรรพคุณในการต่อต้านการอักเสบไม่ต่างจากยาแอสไพริน
                แม้ยังไม่มีการทดลองกับคนว่าต้องกินแค่ไหนจึงจะเห็นผล  แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพของเชอร์รี่ในด้านอื่นๆ  เช่น  ช่วยให้ห่างไกลโรคเบาหวานและลดกรดในกระเพราะทำให้ผลไม้นี้เหมาะจะเป็นหนึ่งในผลไม้โปรดของคุณ (สตอรอว์เบอร์รี่ก็มีสารชนิดนี้  แม้จะไม่มากเท่า)








โปรตีน
                มีบทบาทในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อที่แข็งแรง  ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดทุเลาลง
                โปรตีนที่ดีควรมาจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน  รวมไปถึงโปรตีนจากถั่วเหลืองอย่างเต้าหู้และนมถั่วเหลือง
                แหล่งโปรตีนที่ดียังมาจากอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า – 3  อย่างปลาแซลมอน  และปลาที่มีไขมันอื่นๆ  เช่น  ปลาซาร์ดีนและปลาทูน่า

องุ่น
                เปลือกองุ่นมีสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol)  ซึ่งทราบกันทั่วไปว่า  สามารถป้องกันอัดสเบของเซลล์ได้กีไม่แพ้ยาสมัยใหม่บางขนาน  องุ่นจึงเป็นของว่างสุขภาพที่ไม่มีผลข้างเคียงเหมือนกินยา

ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดแห้งต่างๆ
                เป็นแหล่งสำคัฯของทริปโตแฟน (Tryptophan) ช่วยลดปริมาณไวต่อการตอบสนอง  ซึ่งเชื่อมโยงกับความรู้สึกเจ็บปวดสารนี้ยังช่วยต่อต้านอาการซึมเสร้าซึ่งพบมากในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง

ดาร์กช็อกโกแลต
                มีฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นทั้งสารแอนติออกซิแดนต์และสารต่อต้านการอักเสบ  แต่เนื่องจากเป็นอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง  จึงควรกินครั้งละชั้นเล็กๆ

4 กฏ ลดปวด – กินเพื่อสุขภาพ

                1. เลี่ยงกรดไขมันโอเมก้า – 6 โรคไขข้ออักเสบ  มะเร็ง  และโรคหัวใจ   ลวนมีที่มาจากอักเสบภายในร่างกาย  การใส่ใจการกินสามารถป้องกันหรือบรรเทาอาการได้  อาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่มีกรดไขมันโอเมก้า – 6 สูง  นอกจากนี้ลดการบริโภคน้ำมันดอกคำฝ้าย  น้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันเมล้ดฝ้าย  และน้ำมันข้าวโพด  ซึ่งมักเป็นส่วนประกอบในขนมขบเคี้ยว  เนยเทียนและของทอด

                2. เพิ่มเส้นใยอาหาร  เส้นใยอาหารช่วยลดรีอีดทีฟโปรตีน  (Reactive Protein) ในเลือด ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคไขข้ออักเสบหรือโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
                แม้ปัจจุบันจะมีวิตามินเสริมใยอาหารแต่เส้นใยอาหารจากธรรมชาติซึ่งไม่ผ่านการปรับปรุงแต่งดีที่สุด  เช่น  ผัก  ถั่วที่เป็นผัก  ถั่วเมล็ดแห้ง  และธัญพืชไม่ขัดสี

                3. กินโลว์คาร์บให้ถูกหลัก  คร์โบไฮเดรตที่คนส่วนใหญ่กินทุกวันนี้มักเป็นชนิดที่ผ่านการแปรรูปหลายขั้นตอน  ทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบและทำให้ปวดตามข้อต่อ
                การศึกษาชื้นใหม่ยืนยันว่า  อาหารโลว์คาร์บมีประสิทธิภาพลดการอักเสบได้ดีกว่าอาหารโลว์แฟต  แต่ถ้าจะกินคาร์โบไฮเดรต  ควรเลือกชนิดดี  เช่น  ผักใบเขียว  ขนมปังโฮลวีต  ข้าวช้อมมือ

                4. บริโภคกรดไขมันดอเมก้า – 3 มีประโยชน์ต่อสุขภาพนานัปการ  ที่สำคัญช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ  ในร่างกาย  พบมากในปลาที่มีไขมัน  อย่างเช่น  ปลาทูน่า  นอกจากนี้พบใน  น้ำมันคาโนลา  และวอลนัท

                อาหารที่กล่าวมานี้ไม่เพียงมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ  ยังมีรสชาติดีด้วย  รู้อย่างนี้แล้ว  อย่ารอช้าไปหามากินกันเถอะ

----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8 
ที่มา:
 krabork.com