วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

10 สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในเกาะเจจู

โดยทัวร์ดี มีคุณภาพ
               เกาะเชจูตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี จัดตั้งให้เป็นเขตการปกครองตนเองพิเศษ และยังเป็นเกาะที่ใหญี่ที่สุดของ สาธารณรัฐเกาหลีใต้เป็นจุดเชื่อมต่อในหลายประเทศ เช่น จีน, ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเมืองฮันนีมูนยอดนิยมเพราะมีอากาศกำลังสบายทั้งปี คือ ไม่หนาวเหน็บในฤดูหนาวเช่นเมืองอื่นของเกาหลีใต้ และไม่ร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ราว 15 องศา และในหน้าร้อนอยู่ที่ 22-26 องศา แถบยังเป็นเขตมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย

1.ยอดเขาซองซัน อิลชุลบง

ยอดเขาซองซัน อิลชุลบง ผุดขึ้นมาจากใต้ทะเลจากการระเบิดของภูเขาไฟกว่า 100,000 ปีที่ผ่านมา  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเชจู ซึ่งมีปล่องภูเขาไฟมหึมาอยู่ที่ยอดเขา และด้วยหินรูปร่างต่างๆ 99 ก้อนเรียงรายรอบปล่องภูเขาไฟ ทำให้ดูเหมือนมงกุฎขนาดยักษ์ ในขณะที่อีกฝั่งของยอดเขานี้เป็นหน้าผา ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นภูเขาหญ้าเขียวขจีที่เชื่อมต่อกับหมู่บ้านซองซัน มีสันเขาเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและการขี่ม้าอีกด้วย การดูพระอาทิตย์ขึ้นจากปล่องภูเขาไฟจึงเป็นความงดงามอย่างสุดบรรยาย นอกจากนี้ ในฤดูใบไม้ผลิ บริเวณรอบยอดเขานี้จะปกคลุมไปด้วยดอกไม้สีเหลืองที่สวยจนไม่อาจบรรยายได้นอกจากไปเห็นด้วยตา

2.ภูเขาฮัลลาซาน

ภูเขาฮัลลาซาน คือภูเขาไฟที่ดับแล้วซึ่งมีความสูงถึง 1,950 เมตร ถือว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ และตั้งอยู่ตรงกลางของเกาะเจจู โดยจุดเด่นของภูเขาลูกนี้คือปล่องภูเขาไฟอันมีเส้นรอบวงที่กว้างถึง 550 เมตร และลึก 108 เมตร อีกทั้งในใจกลางกล่องนั้นมียังมีทะเลสาบเล็กๆ อยู่ด้วย สำหรับลักษณะภายนอกของฮัลลาซานนั้นมีรูปทรงคล้ายโล่ที่อยู่ในทรงคว่ำ อีกทั้งที่นี่ยังถือว่ามีระบบนิเวศที่ยอดเยี่ยมด้วยสัตว์ป่านานาชนิดและพืชพรรณที่หลากหลาย

3.โขดหินจูซังจอลรีแด

จูซังจอลรีแดคือโขดหินที่มีลักษณะแปลกแตกต่างจากโขดหินทั่วๆ ไป คือจะมีรูปทรงเป็นเสาหกเหลี่ยมซ้อมกันเป็นชั้นๆ เรียงกันลงไปจนถึงชายฝั่ง โดยทั้งหมดนี้เป็นความมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างสรรค์จากน้ำมือของธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งโขดหินจูซังจอลรีแดนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งบนเกาะเจจู อีกทั้งยังถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติของเกาหลีอันดับที่ 443 อีกด้วย

4.ปากภูเขาไฟซานกึมบุรี

ซานกึมบุรี (Sangumburi / 산굼부리) ปากปล่องภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเชจู โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 650 เมตร, มีความลึก 100 เมตร และเส้นรอบวง 2,070 เมตร เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Maru” ซึ่งเป็นการระเบิดอย่างรวดเร็วของภูเขาไฟ ทำให้ลาวาที่ไหลออกมามีน้อย จึงมีลักษณะโครงสร้างที่แตกต่างไปจากยอดเขาซองซานซาน อิลชูลบง (Seongsan Ilchulbong) และภูเขาฮัลลาซาน (Halla San)

บริเวณปากปล่องภูเขาไฟ และโดยรอบจะเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้กว่า 420 ชนิด เช่น Nandaeseong, Magnolia, Maples และ Strawberry เป็นต้น จึงเป็นที่นิยมในการศึกษาวิจัยของนักพฤกษศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีเนินหลุมฝังศพ และสวนหินที่เกิดจากการเย็นตัวลงของลาวา ปรากฏให้เห็นเป็นรูปทรงที่แตกต่างกัน สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยว คือ ในฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง

5.น้ำตกชอนจียอน


น้ำตกชอนจียอนมีความหมายว่าเป็นบ่อน้ำของจักรพรรดิแห่งสวรรค์ ทั้งยังมีตำนานเล่าขานว่า ในช่วงกลางคืนมักจะมีนางไม้ทั้งหมด 7 ตน ลงมาอาบน้ำที่นี่อยู่เสมอ สำหรับชอนจียอนนั้นถือว่าเป็นน้ำตกอีก 1 แห่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะ มีความสูงทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นแรกเป็นหน้าผาสูง 22 เมตร ซึ่งน้ำที่ตกลงมาจะไหลลงสู่บ่อชอนจียอนที่อยู่ด้านล่าง ก่อนจะไหลไปสู่น้ำตกชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นลำดับ ก่อนจะไหลลงสู่ทะเล นอกจากนี้ยังการสร้างสะพานซอนอินเกียวที่แกะสลักลวดลายเป็นรูปนางไม้ทั้ง 7 อย่างสวยงาม ส่วนบริเวณรอบๆ ก็ร่มรื่นด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่หายาก

6.หมู่บ้านพื้นเมืองชองอึพ


เป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน มีบ้านที่มุงหลังคาด้วยฟางและกำแพงหินแบบโบราณที่ยังรักษาไว้และอาศัยอยู่จริง หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี ริมเขาฮัลลาซาน เป็นจุดท่องเที่ยว จุดถ่ายรูป และจุดชมวิวยอดนิยม ในบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้นอกจากจะอนุรักษ์บ้านหินฟางไว้แล้ว ตัวอาคาร โรงเรียน และที่ทำการต่างๆ ก็ยังเป็นลักษณะตึกแบบเก่าๆ ที่รัฐบาลให้การดูแลรักษาให้มีสภาพคงเดิมมากที่สุด

7.โขดหินยงดูอัม-โขดหินมังกรอ้าปาก


โขดหินรูปหัวมังกรหรือชื่อในภาษาเกาหลีคือยงดูอัมร็อก ซึ่งเป็นโขดหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะ โดยรูปร่างที่มองเห็นในปัจจุบันนั้นเกิดจากก้อนหินเหล่านี้ได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน จนทำให้มีสภาพและรูปทรงที่มองดูคล้ายกับหัวมังกรที่กำลังอ้าปากผุดขึ้นมาจากท้องทะเล นอกจากนั้นยังมีตำนานพื้นบ้านเล่าขานว่า เมื่อหลายพันปีมาแล้วมังกรตัวนี้กำลังจะไปเสาะหายาอายุวัฒนะที่ภูเขาฮัลลาซาน แต่ถูกยิงตกลงในทะเลเสียก่อน ต่อมาจึงได้กลายมาเป็นโขดหินแห่งนี้

8.พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค


โอซุลลอคเป็นชาพื้นเมืองขึ้นชื่อของเกาะเชจู พิพิธภัณฑ์ชาแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชาเขียวท้องถิ่น ชาพื้นบ้าน การผลิตใบชา จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากชา และชารสชาติแปลกๆ มากมาย นอกจากนั้นยังเป็นเขตของไร่ชาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ทั้งในบริเวณส่วนของโรงงานผลิตชา พิพิธภัณฑ์ ร้านค้าและไร่ชา

9.ถ้ำมานจังกุล


ถ้ำมานจังกุลง ตั้งอยู่บนเกาะภูเขาไฟที่ห่างจากชายฝั่งในเขตทะเลจีนตะวันออก เป็นถ้ำที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟที่มีความยาวที่สุดในโลก 13.4 กิโลเมตร และยังเป็นที่ตั้งของภูเขาที่สูงที่สุดของเกาะ ถ้ำแห่งนี้ถือเป็นเขตมรดกโลกที่เชื่อกันว่ามีอายุยาวนานไปถึงช่วงยุคไดโนเสาร์ และยุคน้ำแข็ง เป็นแหล่งศึกษาธรณีวิทยาที่สำคัญและยังเป็นแหล่งศึกษาชีวิตสัตว์กลางคืนที่อาศัยอยู่บนเกาะและในบริเวณรอบๆ ถ้ำแห่งนี้อีกด้วย

10.ซอพจิโกจิ


ซอพจิโกจิ เป็นชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันออกของเกาะเจจู และในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีดอกยูแช หรือ ดอกคาโนลาซึ่งเป็นดอกไม้ สีเหลืองที่พร้อมกันผลิดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง กว้างใหญ่ทั่วทั้งบริเวณชายฝั่งทะเลสวยงามเพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อ ตัดกับสีฟ้าครามของท้องทะเล ด้วยความสวยงามของหน้าผาหินและชายฝั่งทะเลแห่งนี้ จึงเป็นสถานที่ที่นิยมใช้ในการถ่ายทำละคร และ ภาพยนตร์ 
หลากหลายเรื่อง

-----------------------------------------------------------------------------
"ทัวดี มีคุณภาพ" เซ็นเตอร์ทัวร์แอนทราเวล T. 02-191 7727-8


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น